เว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี     

ทัวร์วันเดียวเที่ยวลพบุรี

วันเดียว เที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชน แม่น้ำบางขาม ศูนย์เรียนรู้บ้านสวนขวัญ ศูนย์เรียนรู้บ้านดินมดแดง ขี่ม้าที่วัลลภาฟาร์ม สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม พร้อมที่พัก อาหาร รถรับส่ง

วันเดียวเที่ยวลพบุรี ไหว้พระ9 วัด
ราคา 2,200 บาท ต่อท่าน (จองอย่างต่ำ 4 ท่านขึ้นไป)
 

โปรแกรมวันเดียว

นัดพบที่ สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต และจุดหมายอื่นๆตามที่ท่านต้องการ

 

ถึงจังหวัดลพบุรี  แวะรับประทานอาหารเช้าแถวตลาด  จากนั้นเริ่มเส้นทางเดินเท้าชมศิลปะเมืองละโว้  

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (1)
วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลพบุรี ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟ เพื่อชมศิลปะที่น่าสนใจของวัดนี้ ไม่ว่าจะเป็น ศาลาเปลื้องเครื่องที่ในอดีตใช้สำหรับให้พระเจ้าแผ่นดินเปลื้องเครื่องทรงก่อนที่จะเข้าพิธีทางศาสนา แต่ว่าปัจจุบันเหลือเพียงแค่เสาตั้งเอนอยู่เท่านั้น ถัดมาเป็นวิหารหลวง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ที่โดดเด่นด้วยพระปรางค์กลีบมะเฟืองที่มีความสมบูรณ์แบบและงดงาม นอกจากนี้ก็ยังมีพระปรางค์ที่สูงที่สุดในลพบุรีอีกด้วย 

 

วัดกวิศรารามราชวรวิหาร (2)
วัดเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ สำหรับความน่าสนใจของวัดนี้อยู่ตรงที่ภายในพระอุโบสถ มีพระประธานปางมารวิชัยที่ลงรักผิดทองเหลืองอร่ามและงดงามด้วยศิลปะแบบอู่ทอง นอกจากนี้ก็ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังลายก้านแย่งลายพันธุ์พฤกษาที่งดงามอ่อนช้อย

วัดเชิงท่า (3)
ที่มีสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ 2 วัดที่ผ่านมา โดยด้านในโบสถ์พระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย สร้างจากหินทราย ส่วนบริเวณด้านหน้าวัดก็น่าชมด้วย พิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ ที่ทางเจ้าอาวาสวัดพระครูโสภณธรรมรัตจัดสร้างขึ้น โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุเก่าแก่ของวัดเชิงท่าเอาไว้มากมาย รวมถึงของส่วนตัวของท่านพระครูโสภณธรรมรัต ที่มีทั้ง พระคัมภีร์ พระไตรปิฎก ตู้พระธรรม ถ้วยโถโอชาม เครื่องเคลือบล้ำค่า 

 นั่งรถไฟไปเมืองละโว้ ทัวร์ 9 วัด-วัง-เวียง
"หลวงพ่อโต" วัดเสาธงทองที่ชาวลพบุรีให้ความเคารพนับถือกันมาก

 

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (4)
หรือ วังนารายณ์ ที่เป็นวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับ ณ เมืองลพบุรี พระราชวังแห่งนี้มีความโดดเด่นตั้งแต่กำแพงพระราชวัง ที่ก่ออิฐถือปูนมีใบเสมาเรียงรายบนสันกำแพง มีซุ้มประตูถึง 11 ประตู ประตูทางเข้าเป็นทรงจตุรมุขมีช่องทางเข้าโค้งแหลม ที่ซุ้มประตูและกำแพงพระราชฐานชั้นกลางและชั้นในมีช่องเล็ก ๆ เจาะเป็นรูปโค้งแหลมคล้ายบัวเรียงเป็นแถวสำหรับวางตะเกียง ประมาณ 2,000 ช่อง
       
 ส่วนด้านในมีพระที่นั่งสำคัญๆ อย่าง พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งศิลปกรรมแบบไทยและฝรั่งเศสผสมกัน พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์ฯ พระที่นั่งจันทรพิศาล ที่ภายในจัดแสดงพระราชประวัติ และพระปรีชาสามารถในด้านต่าง ๆ ของพระนารายณ์ฯ
       
 
วัดเสาธงทอง (5)

ที่ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลพบุรีอีกวัดหนึ่ง วัดนี้มีโบราณสถานสำคัญ อย่าง พระวิหารหลวง ที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ โดยภายในประดิษฐาน "หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์โตที่ชาวลพบุรีให้ความนับถือกันมาก ซึ่งเรานั้นเมื่อเข้ามาในโบสถ์ก็ไม่รอช้ารีบพนมมือวันทากราบขอพรเป็นการใหญ่
       
ศาลลูกศร หรือ ศาลหลักเมือง (6)

เพื่อไหว้ศาลหลักเมือง เพราะจะว่าไปแล้วมาไหว้พระ เที่ยววัด ที่ลพบุรีทั้งที ไอ้ครั้นจะไม่ไปไหว้ศาลหลักเมืองมันก็กระไรอยู่ โดยศาลหลังนี้มีลักษณะเป็นตึกเล็กๆ ด้านหน้าศาลจะมีแท่งหินแท่งหนึ่งโผล่เหนือระดับพื้นดินขึ้นมา สูงประมาณ 1 ม. นั่นล่ะคือศาลหลักเมืองของที่นี่ ถือว่าเป็นเป็นศาลเจ้าหลักเมืองโบราณที่เรียกว่า ศาลลูกศร ซึ่งชาวลพบุรีให้ความเคารพสักการะกันมาก ถึงขนาดมีตำนานความเชื่อเล่ากันว่า เมื่อครั้งสร้างเมืองลพบุรี มีลูกศรของพระรามที่กลายเป็นหินสีเขียวขนาดใหญ่อยู่กลางบ่อน้ำ และจะต้องดูแลไม่ให้บ่อน้ำนี้แห้ง มิฉะนั้นจะเกิดเพลิงไหม้เมืองลพบุรี เหมือนที่เคยเกิดเพลิงไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เหลือรอดเพียงศาลลูกศรแห่งนี้เท่านั้นที่ไม่ไหม้ 

สำหรับสิ่งที่คนทั่วไปนิยมปฏิบัติเมื่อมาไหว้ศาลหลักเมืองนี้ก็คือ นิยมนำน้ำมาเติมที่หัวลูกศรนี้ เพื่อไม่ให้น้ำหัวลูกศรแห้งมิฉะนั้นจะเกิดไฟไหม้ขึ้นมา และภายในศาลยังมีรูปเคารพ อย่างเทพเจ้าปุนเถ่ากง ปุนเถ่าม่า เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าพ่อเขาตก ให้ได้กราบไหว้ขอพรกัน 

วัดมณีชลขัณฑ์ (7)

ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในวัดมีโบราณสถานที่น่าสนใจ คือ พระเจดีย์รูปทรงแปลก คือก่อเป็นเหลี่ยมสูงชะลูดขึ้นไป คล้ายกับเจดีย์เหลี่ยมสมัยเชียงแสน (ล้านนา) แต่ตรงมุมมีการย่อมุมไม้สิบสอง ทำเป็นสามชั้น มีซุ้มประตูยอดแหลมอยู่ด้านข้างทั้งสี่ด้านทุกชั้น และที่วัดนี้ยังมีพระพุทธระนาคะสุดโต พระพุทธรูปปางนาคปรกสร้างด้วยอิฐถือปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้าใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์ให้ได้เคารพสักการะกัน 

   
วัดตองปุ (8)

เพื่อไปนมัสการพระพุทธรูปหินทรายปางสมาธินาคปรก เป็นศิลปะแบบลพบุรี ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ และนอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่หาชมได้ยากยิ่ง อีกทั้งวัดนี้ยังมีนามที่เป็นมงคล "ตองปุ" เป็นภาษามอญ หมายถึง ที่รวมพลหรือรวมทหารที่จะออกไปรบเพื่ออวยชัยให้ชนะสงคราม
       

 

ศาลพระกาฬ (9)

ที่เป็นเทวสถานเก่าของขอม ภายในประดิษฐานพระนารายณ์ยืนทำด้วยศิลา 2 องค์ องค์เล็กเป็นแบบเทวรูปเก่าในประเทศไทย องค์ใหญ่เป็นประติมากรรมแบบลพบุรี แต่พระเศียรเดิมหายไป ภายหลังมีผู้นำพระเศียรพระพุทธรูปศิลาทรายสมัยอยุธยามาสวมต่อไว้ ที่ศาลพระกาฬนี้ในแต่ละวันจะมีประชาชนแวะเวียนมาเคารพสักการะอยู่ตลอดทั้งวัน รวมไปถึงที่นี่ยังมีบรรดาเจ้าลิงจ๋อจำนวนมากมาอาศัยความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่เป็นแหล่งพักพิง จึงทำให้กลายที่นี่เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดลพบุรีที่ถ้ามาเยือนลพบุรีก็ต้องไม่พลาดแวะเที่ยว   พระปรางค์สามยอด เป็นปรางค์เรียงต่อกัน 3 องค์ เป็นศิลปะเขมรแบบบายน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 สร้างด้วยศิลาแลงหินทราย ตกแต่งลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม และที่นี่มีบรรดาลิงจ๋ออาศัยอยู่เป็นจำนวนมากไม่ต่างจากที่ศาลพระกาฬเลย



16.00  เดินทางกลับสู่ตัวเมืองลพบุรี
16.30 น.  เดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร

ราคารวม

- รถรับส่ง
- อาหารเช้า
- อาหารเที่ยง
- ค่าทัวร์ และค่าบัตรผ่านประตู

รถรับส่ง

จองทัวร์

สามารถรับท่านได้ตามจังหวัดที่ระบุ ดังนี้ กรุงเทพ - อยุธยา - อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท-นครสวรรค์