1/5

                 การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดลพบุรีมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 15.67 โดยผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.12 และชาวต่างชาติมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.90 จะเห็นได้ว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นที่น้อยกว่าชาวไทย การเติบโตเพิ่มขึ้นของอัตราการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรีส่งผลมาจากการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่องภายในจังหวัด อาทิ งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเนื่องจากปี2547เป็นปีวอก ลพบุรีจึงใช้จุดขายการท่องเที่ยวคือ ลิงเป็นจุดเด่น โดยจัดกิจกรรมมากมายเกี่ยวกับปีวอกเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น “มหกรรมลพบุรีปีวอก” ซึ่งมีการจัดเทศกาลสงกรานต์ปีวอก มีการประกวดแข่งขันมากมาย รวมถึงการแสดงความสามารถของลิง นอกจากนี้ยังมี แคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่เกิดปีวอก โดยการลดราคาสินค้า บริการ และแจกของที่ระลึกให้ผู้ที่เกิดปีวอกที่มาเที่ยวเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้คนไทยมาเที่ยวลพบุรี และที่สำคัญมีการเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวUNSEENใหม่คือ ทางรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จึงทำให้การท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรีดูน่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

 

               สำหรับพาหนะที่นิยมใช้เดินทางเข้ามาในจังหวัดลพบุรี ส่วนใหญ่จะนิยมเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว รองลงมาคือ รถไฟ และรถโดยสารประจำทาง ตามลำดับ

 

                ในการเดินทางแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยประมาณ 1.44 วัน จะเห็นได้ว่ามีอัตราเฉลี่ยลดลงจากปีที่ผ่านมา และจากจำนวนนักท่องเที่ยว คืนพัก และการใช้จ่ายต่อคนแต่ละวันประมาณ 1,111.61 บาท มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.71 เมื่อนำมาคำนวณหารายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 1,016.43 ล้านบาท ส่วนนักทัศนาจรมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันประมาณ 578.89 บาท

 

               ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในแหล่งท่องเที่ยวรวมเป็นเงิน 1,145.89 ล้านบาท เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างจังหวัดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,162.32 ล้านบาท ดังนั้นผู้เยี่ยมเยือนมีค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่ในจังหวัดลพบุรีประมาณ 747.21 บาทต่อคนต่อวัน

               สำหรับสถานการณ์ด้านการพักแรมพบว่ามีจำนวนที่พักทั้งสิ้น29 แห่ง โดยมีอัตราขยายตัว             เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.25 มีห้องพักจำนวน 1,518 ห้อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.81 และอัตราการเข้าพักเฉลี่ย               ร้อยละ 44.14 ซึ่งมีอัตราลดลงร้อยละ 2.41 โดยนักท่องเที่ยวมีระยะเวลา พำนักเฉลี่ยในสถานพักแรมเพิ่มขึ้นคือ 1.91 วัน