top of page
ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี
ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เป็นที่ประดิษฐาน เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณยุคขอมเรืองอำนาจ เป็นโบราณสถานและศาสนสถานที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนชื่อ วงเวียนศรีสุนทร บนถนนนารายณ์มหาราช ในเขตตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์สามยอดและเส้นทางรถไฟสายเหนือ
ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี
ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี
ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี

      ย้อนไปเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450ขอม ได้ตั้งพระนครที่เมืองยโสธรปุระ ซึ่งนักโบราณคดีเรียกว่าเมืองนคร ต่อมาได้แผ่อำนาจเข้ามาครอบครองเมืองละโว้ หรือเมืองลพบุรีในปัจจุบัน และได้เกณ์ไพร่พลมาสร้างปูชนียสถานแบบขอบขึ้นมาหลายแห่ง เช่นเทวสถานปรางค์แขกศาลพระกาฬ ปรางค์ใหญ่ ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระปรางค์สามยอดเป็นต้น โบราณสถาน และวัตถุแบบขอมที่สร้างขึ้นในครั้งนั้น รวมทั้งพระพุทธรูป และพระพิมพ์แบบต่างๆ ซึ่งจัดเป็นศิลปะแบบลพบุรี ยังคงคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก

​

       ในขณะนั้นชนชาติไทยได้อพยพ ลงมาจากทางภาคเหนือ และเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางแถบนี้กันบ้างแล้ว ประมาณปีพ.ศ.1800 พ่อขุนศรีอนทราทิตย์ กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงค์พระร่วง ร่วมกับพ่อขุนผาเมือง ได้รวบรวมพลต่อสูกับขอม และรวบรวมชาติไทย ตั้งขึ้นเป็นเอกราช มีราชธานีอยู่ที่กรุงสุโขทัย เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่1(พระเจ้าอู่ทอง)ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานี และเสด็จขึ้นครองราชในพ.ศ.1893แล้วนั้น ทรงโปรดเกล้าให้พระราเมศวรราชโอรส ทรงครองเมืองลพบุรี เพราะเหตุว่าเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญต่อสุโขทัย

​

        ครั้นสมเด็จพระรามาธิบดีที่1เสด็จสวรรคตในพ.ศ. 1912สมเด็จพระราเมศวรเสด็จไปครองราชสมบัติ ณ กรุงศรีอยุธยา แต่แล้วก็ต้อองสละราชสมบัติแด่สมเด็จพระราชาธิราชที่1(ขุนหลวงพระงั่ว) พระปิตุลา แล้วกลับมาครองเมืองลพบุรีต่อตลอดรัชการนั้น รวมเป็นเวลาที่ประทับอยู่ที่ลพบุรีนานถึง38ปี

       เมื่อกรุงศรีอยุธยากับกรุงสุโขทัยเป็นอณาจักรเดียวกันแล้ว เมืองลพบุรีก็มีความสำคัญน้อยลง ไม่ปรากฏว่ามีเจ้านายพระองค์ใดจากกรุงศรีอยุธยาเสด็จขึ้นมาครองเมืองลพบุรี คงมีแต่ป้อมปราการ ไว้เป็นเมืองหน้าด่าน ป้องกันศัตรูที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาจากทางเหนือเเท่านั้น

​

      ต่อมาในรัชการของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ก็ทรง มอบพระราชสมบัติแด่พระมหินทราธิราช ในพ.ศ.2095เพื่อทรงผนวช แต่ก่อนจะทรงผนวชก็ทรงมาพักที่ลพบุรีนี้

​

      ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ.2199-2231ทรง โปรดเกล้าให้ตั้งเมืองลพบุรีขึ้นใหม่ ให้ใช้เป็นราชธานีสำรอง โดยให้ช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบให้ สถาปัตยกรรมในลพบุรีในสมัยของพระองค์ จึงเป็นแบบไทยปนตะวันตก เช่นพระราชวังบ้านหลวงรับราชทูต วัดสันเปาโลฯลฯ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชชอบที่จะประทับที่ลพบุรี โโยจะประทับที่ลพบุรีราวๆปีล่ะแปดเก้าเดือน แต่พักที่อยุธยาปีละสามถึงสี่เดือนเท่านั้น

​

      เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สวรรคต ในพ.ศ.2231สมเด็จพระเพทราชา ได้ทำพิธีปราบดาภิเษกครั้งแรกที่ราชวังเมืองลพบุรี หลังจากนั้นมาพระราชวังเมืองลพบุรีก็ถูกปล่อยทิ้งอยู่มาเป็นเวลานานจน พ.ศ.2277และพ.ศ.2297สมเด็จพระบรมโกศเสด็จขึ้นมาจับช้างเถื่อนที่เมืองลพบุรี ก็มาประทับที่ราชวังที่ลพบุรีนี้ด้วย

​

      ต่อมาราชวังขาดการบูรณะมาจวบจนถึงสมัยของรัชการที่4แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงมีพระราชดำริให้สร้างเมืองลพบุรีขึ้เป็นราชธานีสำรองอีกครั้ง จึงโปรดเกล้าให้ปฎิสังขรณ์ และซ่อมแซม พระราชวังของพระนารายณ์มหาราชขึ้นมาใหม่ โดยให้สร้างพระที่นั่งและตำหนักน้อยใหญ่ไว้เป็นที่ประทับ โดยพระราชทานนามว่า พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ดังที่เราได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เมื่อทราบความเป็นมาของเมืองลพบุรีกันมาพอเป็นสังเขปแล้ว

 

 

 

ศาลเจ้าพ่อพระกาฬ

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

​

     

 

 

 

 

ศาลพระกาฬนับเป็นสิ่งคู่บ้าน คู่เมืองของลพบุรี เพราะส้างกันมานานมากตั้งแต่สมัยขอม ครองเมืองลพบุรี สร้างด้วยศิลาแลงซ้อนกันเป็นศาลสูงจึงมักเรียกกันมาแต่ก่อน ว่าศาลสูง มีอายุราวๆศตวรรษที่16

​

      ที่ศาลพระการนี้ได้พบหลักศิลาจารึก แปดเหลี่ยม จารึกเป็นอักษรมอญโบราณ ส่วนด้านหน้าเป็นศาล ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2495 โดยสร้างเหนือฐานเดิม ภายในวิหารประดิษฐาน เทวรูปพระนารายณ์ ทรงประทับยืน ทำด้วยศิลาสององค์ องค์ใหญ่พระเศียรเดิมชำรุด ต่อมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในสมัยนั้นได้นำามปฎิสังขรณ์ โดยให้นำพระเศียรของพระพุทธรูป ศิลาทราย สมัยอยุธยามาสวมต่อไว้ เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป

​

     ศาลพระกาฬ เป็นที่อยู่ของฝูงลิงฝูงหนึ่ง ที่อยู่คู่กันกับศาลนี้มานาน จนชาวบ้านเชื่อกันว่ามันเป็นศิษย์ของเจ้าพ่อพระกาฬ ลิงฝูงนี้จึงเป็นที่รู้จักของประชาชนในแถบนั้น ที่มักแบ่งปันอาหารเลี้ยงดูพวกลิงฝูงนี้กันอยู่เสมอๆ บริเวณรอบๆ สศาลพระกาฬนี้ มีโบราณสถานที่สำคัญหลายๆแห่งคือ ฐานปรางค์สูง ที่ตั้งอยู่ที่ด้านหลังของศาลพระกาฬ ปัจจุบันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ย่อมุม ก่อด้วยศิลาแลงเหลือแต่ฐานชั้นสูง มีบรรไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน ส่วนองค์ปรางค์หักหมดแล้ว ปรางค์องค์นี้ฝังเข็มปรางค์โดดที่มีมุขยื่นออกมา

​

 ศาล คือศาลที่สร้างขึ้นใหม่บนฐานปรางค์ ก่อด้วยอิฐ ภายในมีทับหลัง ที่สร้างเป็นพระนารายณ์บรรทมสินธุ เป็นศิลปะที่มีอายุยืนยาว ราวๆพุทธศตวรรษที่17

     ศาลพระกาฬ ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าสุด สร้างขึ้นในพ.ศ. 2496สร้างขึ้นบนฐานเดิม สร้างขึ้นในสมัยพระนารายณ์มหาราช ภายในมีปฎิมากรรมรูปคน อาจเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เศียรที่เห็นในปัจจุบันเป็นเศียรพระพุทธรูปหินทราย สมัยอยุธยา ได้รับการขนานนามจนปัจจุบันว่า เจ้าพ่อศาลพระกาฬ

​

     ลักษณะ ของเจ้าพ่อพระกาฬในปัจจุบัน ท่านมีเพียงแขนเดียว เรื่องนี้จากการบอกเล่าว่ากันว่า เดิมที่นั้นเจ้าพ่อพระกาฬทท่านมีสี่แขน หรือสี่กร แต่เมื่อเกิดสงครามกับพม่า จึงถูกทำลาย หักพังไป จนเหลือเพียงแขนข้างเดียว ต่อมามีผู้ที่มีโชคลาภจากเจ้าพ่อพระกาฬ ซึ่งเป็นชาวกรุงเทพฯได้มาสร้างแขนให้ท่านใหม่ ให้มีครบสี่กร แต่ด้วยเหตุผลใด ก็สุดจะเดาได้ อยู่ดีๆแขนมี่สร้างขึ้นมาใหม่ก็หลุดทั้งสามแขน คงเหลือเพียงแขนข้างเดียวเช่นเดิม จึงมีผู้สันนิษฐานว่าเจ้าพ่อพระกาฬท่านคงจะไม่ชอบแขนที่สร้างขึ้นใหม่ และต้องการให้เป็นที่ระลึกถึงความโหดเหี้ยมของสงคราม

​

ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี
ลิงศาลเจ้าพระกาฬ
ลิงศาลเจ้าพระกาฬ

ลิงศาลพระกาฬหรือลิงเจ้าพ่อ หรือลิงลพบุรี เป็นกลุ่มลิงที่อยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ   500 ตัว ลิงเหล่านี้ได้มีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ                                                                

     1. ลิงกลุ่มใหญ่เป็นลิงประจำศาลพระกาฬที่มีชีวิตและกิจกรรมในช่วงเวลากลางวันคอยต้อนรับผู้   มาเยือน อยู่ในบริเวณศาลพระกาฬ   และใช้เวลาช่วงเช้าและเย็นอยู่ในพื้นที่บริเวณเทวสถานปรางค์สามยอดและพื้นที่มุมสนามของโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย   ในยามค่ำจะพากันรวมฝูงกลับมานอนที่ศาลพระกาฬ   ลิงกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างดี   มีผู้เลี้ยงดูและมีผู้นำอาหารมาเลี้ยงเพื่อเป็นการเซ่นไหว้   แก้บนตามความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อศาลพระกาฬอยู่เสมอ   ชาวบ้านจะเรียกลิงกลุ่มนี้ว่า " ลิงเจ้าพ่อ " หรือ " ลิงศาลพระกาฬ " ลิงเหล่านี้   จะมีผู้นำฝูงซึ่งเป็นลิงที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับในฝูง             
                                                       
     2. ลิงกลุ่มเล็กๆอีกกลุ่มหนึ่งแตกหลงฝูงออกไปและไม่ได้รับการยอมรับกลับเข้าฝูง   จะมีชีวิตเร่ร่อนอยู่บริเวณนอกศาล ตามทางเท้าหรือชายคาร้านค้า   บ้านเรือนในเขตชุมชนเมืองลพบุรี   เป็นกลุ่มลิงที่สร้างปัญหาความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัย   และผู้สัญจรไปมา บางคนเรียกลิงกลุ่มนี้ว่าลิงนอกศาล ลิงตลาด หรือลิงจรจัด

bottom of page